มหกรรมแห่งกตัญญู ศรัทธาคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้ามแ่ลิ้มกอเหนี่ยว เปิดปีท่องเที่ยวปัตตานี เทิดไท้สดุดีมหาราชา

เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นที่รู้จักกันในหมู่ชาวจีน และ ไทยในจังหวัดปัตตานีอย่างดี ต่อมาได้แพร่หลายไปทั่ว เมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้ายหรือหลังตรุษจีน 14 หรือวันเพ็ญเดือน 3ตามจันทรคติของไทย จะมีงานฉลองสมโภชเจ้าแม่ ซึ่งจัดเป็นงานฉลองใหญ่โตทุกปี ก็จะมีชาวจีน ชาวไทยเดินทางไปร่วมพิธีกันคับคั่ง มีพิธีดำน้ำ ลุยไฟ กลายเป็นงานที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัดงานหนึ่ง ท่านที่เดินทางไปจังหวัดปัตตานีสามารถจะไปสักการะได้ที่ ศาลเล่งจูเกียง ถนนอาเนาะร อำเภอเมืองซึ่งมีรูปจำลองของเจ้าแม่ประดิษฐานอยู่ แต่เดิมเป็นศาลเจ้าซูก๋ง ศาลเจ้าเก่าแก่สมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชากรุงศรีอยุธยา ปี พ.ศ. 2117 และอีกแห่งหนึ่งคือที่สุสานเจ้าแม่ที่ตำบลกรือแซะ อยู่ในเขตอำเภอเมืองเช่นกัน ต่อมาได้มีการทำรูปจำลองนำไปประดิษฐานยังศาลเจ้าหรือมูลนิธิต่าง ๆ หลายแห่ง

เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว (หรือสำเนียงแต้จิ๋วว่า ลิ้มโกวเนี้ย) ทางไต้หวันกล่าวว่าเจ้าแม่มีชื่อจริงว่า จินเหลียน (หรือ กิมเน้ยในสำเนียงแต้จิ๋ว ) ชาวฮกเกี้ยน มีพี่ชายชื่อ เต้าเคียน หรือ โต๊ะเคี่ยม แต่บางตำนานก็ว่าเป็นชาวเมืองฮุยไล้ แขวงแต้จิ๋ว

สมัยพระเจ้าซื่อจงฮ่องเต้ ในราชวงค์เหม็งประมาณปี พ.ศ.2065 2109 ลิ้มโต๊ะเคี่ยม เคยรับราชการ ได้ออกผจญภัยในที่ต่าง ๆ สร้างวีรกรรมไว้ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ เมื่อเดินทางมาถึงปัตตานี (สมัยนั้นเรียกว่าเมืองตานี ) โดยได้ นำเครื่องบรรณาการมาถวายเจ้าเมือง ได้พบ และ รักกับหลานพระยาตานี ต่อมาลิ้มโต๊ะเคี่ยมได้เข้ารีตนับถืออิสลาม และ แต่งงานกับหลานเจ้าเมืองตานี ลิ้มโต๊ะเคี่ยมเป็นผู้ที่มีฝีมือในด้านการหล่อโลหะ และ การก่อสร้าง พระยาตานีจึงให้ปรับปรุงมัสยิดประจำเมืองให้ยิ่งใหญ่ และสวยงามที่สุด และให้สร้างปืนใหญ่ในเวลาต่อมา ( ชื่อ โต๊ะเคี่ยมบ้างก็ว่าเดิมชื่อ เคี่ยมเมื่อเข้ารีตเป็นอิสลามชาวบ้านจึงเรียกว่า โต๊ะเคี่ยม แปลว่าครูเคี่ยม เพราะเป็นช่างฝีมือดี )


ในระหว่างที่มีการก่อสร้างมัสยิดกรือแซะนั่นเอง ก็มีหมู่เรือสำเภามาจอดที่เมืองปัตตานีในครั้งนี้ มีผู้หญิงคุมกองเรือมานั่นก็คือ ลิ้มกอเหนี่ยว น้องสาวของบุตรเขยเจ้ามืองตานี ซึ่งมาตามพี่ชายให้กลับบ้านไปหามารดาที่ชรามากแล้ว แต่ลิ้มโต๊ะเคี่ยมก็ไม่ยอมกลับ บอกว่ามัสยิดใกล้เสร็จ หากภารกิจเสร็จก็จะพาภรรยาไปเยี่ยมมารดาพร้อมกัน อ้อนวอนพี่ชายอยู่หลายตลบจนแน่ใจว่าพี่ชายไม่ยอมละความตั้งใจแล้ว ด้วยความเด็ดเดี่ยว ลิ้มกอเหนี่ยวจึงต้องอาศัยอยู่ที่เมืองตานีเพื่อเกลี้ยกล่อมให้พี่ชายเดินทางกลับไปหา มารดา ตรงกับช่วงที่ เมืองตานีมีสงคราม ซึ่งทั้ง โต๊ะเคียมและคนอื่นๆ ต้องอยู่ช่วยเมืองในการ ป้องกันเมือง รวมถึงลิ้มกอเหนี่ยวด้วย ในระหว่างสงครามประชิดตัว นาง เห็นจวนตัวจะเสียทีแก่ข้าศึก จึงชิงอัตตวิบากกรรมเสียก่อนใกล้กับต้นมะม่วงหิมพาต์ต้นใหญ่ ลิ้มโค๊ะเคี่ยมได้จัดการศพน้องสาวโดยฝังไว้ที่เมืองตานี ที่สร้างขึ้นที่ใกล้ ๆ มัสยิดกรือแซะที่เขากำลังปรับปรุงอยู่นั้นเอง จะด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ ลิ้มโต๊ะเคี่ยมได้เดินทางไปที่กองหล่อปืนใหญ่ที่อยู่ใกล้กันและเขาเป็นแม่กองหล่อปืนอยู่ด้วย ไปยืนปลงอยู่หน้ากระบอกปืนใหญ่ที่สร้างขึ้น และจุดชนวน ลิ้มโต๊ะเคี่ยมจึงจบชีวิตตรงนั้นเอง ซึ่งหนึ่งในกระบอกที่ยังเหลืออยู่ก็คือ ปืนใหญ่นางพญาตานี ปืนใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันอยู่หน้ากระทรวงกลาโหม

ที่สุสานของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวนั้น มีชาวปัตตานีได้มากราบไหว้ และ บนบานศาลกล่าว ปรากฏว่าต่างก็สมหวังไปตาม ๆ กัน ผู้คนจึงร่ำลือโจษจรรย์ไปทั่วปรากฏว่ามีผู้คนหลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ ต่อมา มีผู้ตัดกิ่งมะม่วงหิมพานต์ไปสลักเป็นรูปเจ้าแม่ตั้งอยู่ในศาลไม้เล็ก ๆ ข้างสุสานให้กราบไหว้บูชาด้วย ประมาณ 5 60 ปีที่ผ่านมานี้ พระจีนคณานุรักษ์ (ตันจูหลาย ต้นสกุล คณานุรักษ์) หัวหน้าชาวจีนในเมืองปัตตานี เห็นว่าที่สุสานซึ่งอยู่นอกเมืองไม่สะดวกในการไปกราบไหว้ จึงได้อัญเชิญรูปจำลองของเจ้าแม่มาอยู่ที่ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง ที่บูรณะจากศาลเจ้าซูก๋งให้กว้างขวาง ศาลเจ้าแห่งใหม่นี้ มีผู้คนเดินทางมาสักการะบูชาจากทุกทิศทุกภาคของประเทศ จนคณะกรรมการที่ช่วยกันดูแลได้จัดตั้งเป็นมูลนิธิ ปัจจุบันนี้ สามารถขยายพื้นที่ สร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาเป็นอันมาก มีลานหน้าศาลกว้างขวาง มีอัฒจรรย์สำหรับชมพิธีลุยไฟ และมีโอ่งน้ำยักษ์ทาสีแดงสด สามารถจุน้ำได้ 9 หมื่นลิตร ซึ่งก็ล้วนมาจากอภินิหาร และ บารมี ที่มาจากเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวนั่นเอง

ในการเซ่นไหว้สักการะเจ้าแม่ นอกจากเครื่องกระดาษธูปเทียน นัยว่าท่านโปรดผ้าแพรสีแดง และ สร้อยมุก สร้อยมุกนั้นที่ปฏิบัติกันอยู่ก็คือ เมื่อไหว้ และ อธิฐานแล้ว ก็จะนำไปคล้องที่ศอเจ้าแม่ทั้ง 2 เส้น และ นำคืนมา 1 เส้นคล้องคอผู้ไหว้นำกลับไปบูชาที่บ้าน อีกทั้งที่ปัตตานี ผู้ที่เลื่อมใส จะสามารถ แลกซองอังเปา เป็นเงินขวัญถุง โดย สามารถนำมาคืนแล้วแลกกลับไปใหม่ ได้ทุกปี หรือ จ่ายเป็นสองเท่าของจำนวนเงินในซอง หากปีหน้าไม่สามารถเดินทางมาสักการะด้วยตัวเอง ทั้งนี้ จากคำร่ำลือคือ ผู้ที่แลกเงินของเจ้าแม่ไปเก็บเป็นขวัญถุงจะมีเงินติดกระเป๋าไหลเข้ามาอยู่ไม่ขาดทั้งนี้ ในปี นี้ เนื่องในงาน ฉลอดมหกรรมสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ซองแดง นี้จะทำเป็น limited คือ จำนวย 8,888 ชุด โดยออกแบบเป็น ลิขสิทธิ์ของงานนี้เท่านั้น ห้ามพลาดของดีของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี


Write comment
smaller | bigger

security image
Write the displayed characters


busy