Posted by: August
in บล็อกส่วนตัว on 20,เม.ย. 2010
Tagged in: Untagged
เซเฟียลิสต์ ซาร์วีโอลาร์ บุตรชายของเซล่าโคลวินทร์แห่งวิเลียส บุรุษผู้ถือกำเนิดขึ้นพร้อมดาราชะตากรรมอันยิ่งใหญ่ เขาคือเซบัสที่ปรารถนาเป็นนักบวช ไม่ใช่ด้วยหน้าที่ความเป็นเซบัส แต่เซเฟียลิสต์ต้องการเป็นนักบวชด้วยตัวของเขาเอง ทว่า… ทั้งที่เป็นเซบัส ทั้งที่มีพลังอันยิ่งใหญ่จนยากจะหาเซบัสในจักรวาลเทียบเท่าได้ แต่ดาราชะตากรรมของชายหนุ่ม… เซเฟียลิสต์ ซาร์วีโอลาร์ คือนักบุญที่เกิดใต้ฤกษ์ดวงดาวแห่งนักรบ!!
เซบัสผู้นี้มิอาจเป็นนักบวชได้ดังใจปรารถนา ด้วยอำนาจจักรพรรดิผู้โหดเหี้ยม และด้วยเหตุผลที่ชายหนุ่มมิอาจจะล่วงรู้ ฮาเมสพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้เซเฟียลิสต์ก้าวเดินไปในเส้นทางของนักบวช ท้ายที่สุดเขาก็ต้องจำยอมต้องก้าวเดินเข้าสู่วิถีทางของนักรบ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการฐานทัพจักรวรรดิแห่งดวงจันทร์โคโลลานี คือตำแหน่งสูงสุดทางการทหารและเป็นเสมือนกษัตริย์ผู้ปกครองดวงจันทร์แห่งนี้ หากนั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
จุดพลิกผันที่แม้แต่ชายหนุ่ม เซเฟียลิสต์ ซาร์วีโอลาร์ ไม่อาจจะล่วงรู้ ความผันแปรที่เหนือเกินความคาดหมายของจักรพรรดิฮาเมส ทั้งที่ผลักดันเซเฟียลิสต์ให้ก้าวเข้าสู่วิถีแห่งสงคราม ส่งไปยังดวงจันทร์ที่เต็มไปด้วยการสู้รบประหัตประหาร หมายกีดกันชายหนุ่มจากเหล่าเซบัสให้ไม่อาจก้าวเดินเข้าสู่เส้นทางของนักบวชได้ตราบชั่วชีวิต ทว่า…
มาราไมเลส… การโคจรของดวงดาวทั้งสี่ ดาวแม่เวกส์ ดวงจันทร์บริวารที่หนึ่ง ดวงจันทร์บริวารที่สอง และท้ายที่สุด ดวงจันทร์บริวารที่สาม ‘โคโลลานี’ ดาราสี่ดวงที่โคจรเหลื่อมซ้อนตรงกัน นั่นคือคำทำนายอันยิ่งใหญ่ด้วยพระประสงค์แห่งพระเป็นเจ้าของเหล่าเซบัส มาราไมเลสที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ คือจุดพลิกผันชะตากรรมแห่งจักรวาล!!
มาราไมเลส… คำทำนายของมัน คือการให้ เซเฟียลิสต์ ซาร์วีโอลาร์ ชายหนุ่มผู้เป็นนักรบก้าวขึ้นครองตำแหน่งสังฆราชา คือผู้นำของเหล่าเซบัสสิ้นทั้งจักรวาล มีอำนาจเหนือยิ่งกว่าเซล่าจากทุกดวงดาว ได้รับสถาปนาพระนามใหม่ด้วยนามแห่งองค์พระเป็นเจ้า ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของศาสนาในพระนาม ‘สังฆราชาราซารีน’
“ไม่มีสิ่งใดที่เราปรารถนาและจะไม่ได้มาไว้ในครอบครอง”
จักรพรรดิฮาเมสประกาศก้องไว้เช่นนั้น
ระหว่างร่วมพิธีกรรมมาราไมเลสซึ่งจัดขึ้นที่ดาวเวกส์ จักรพรรดิยกพลมายังฐานทัพจักรวรรดิแห่งดวงจันทร์โคโลลานี ทำลายพินาศทุกสิ่งทุกอย่างแม้จะคือฐานทัพของจักรวรรดิก็ตาม ทรราชย์ผู้โหดเหี้ยมจับตัวน้องสาวของเซเฟียลิสต์กลับไปยังวิเลียส เวลาเพียงชั่วคืนที่ผู้บัญชาการมิได้อยู่ในฐานทัพของตน ทุกสิ่งทุกอย่างพินาศลงได้สิ้นเพียงชั่วข้ามคืน
เซเฟียลิสต์กลับมาจากเวกส์ ภาพที่เห็นในเบื้องหน้า คือฐานทัพกว้างใหญ่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิง วินาทีนั้น ชายหนุ่มรู้ได้ทันที เซเฟย์นีย์… น้องสาวเพียงคนเดียวของเขา…
รวดเร็วด้วยอำนาจจิตของเซบัส เซเฟียลิสต์ ซาร์วีโอลาร์ เดินทางไปยังวิเลียสหมายชิงตัวน้องสาวกลับคืน ทว่า…
สิ่งที่รอคอยการปรากฏตัวของเขาที่ดาววิเลียสดวงนั้น คือศีรษะของน้องสาวที่หลุดออกจากตัว คือความตายของ เซเฟย์นีย์ น้องสาวที่รักยิ่ง สายเลือดเพียงหนึ่งเดียวในโลกนี้…!
เขา… ผู้เป็นสังฆราชา คือนักบวชผู้มากด้วยเมตตา เซเฟียลิสต์ ซาร์วีโอลาร์ จะเลือกวิถีทางเช่นไร ระหว่างพระเป็นเจ้าผู้ไร้ตัวตนกับความแค้นในเบื้องหน้า
Posted by: Khrutai
in บล็อกส่วนตัว on 02,เม.ย. 2010
Tagged in: Untagged
สวัสดีครับ..สนใจ Joomla แต่ขาดความตั้งใจจะศึกษา อาศัยไม่รู้อะไร..ก็เข้ามาหาคำตอบที่นี่ แต่ถ้ามีอะไรที่รู้..แต่อยากจะบอกเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับ Joomla จะนำมาบอกกล่าวเล่าสู่กันฟัง..ที่นี่ครับ
Posted by: naichumpon
in บล็อกส่วนตัว on 27,มี.ค. 2010
การแต่งงานของชาวชนบทจีนมุสลิม
บ้านต๋าแปะยี เมืองโอ่วซาง มณฑลยูนาน ประเทศจีน
ในวันแต่งงานมีการเลี้ยงโต๊ะจีน (ที่เป็นโต๊ะจีนจริง ๆ เพราะว่าเลี้ยงโดยชาวจีน ที่ประเทศจีน) เลี้ยงตั้งแต่บ่ายโมงโดยประมาณเป็นต้นไป ชุดแรกจะเป็นชุดของพวกผู้ชายที่เตรียมตัวไปละหมาด ที่นี่จะละหมาดบ่ายประมาณ 3 โมงของเมืองจีน ราวบ่าย 2 ของประเทศไทย ชุดแรกกินโต๊ะจีนแล้วก็ไปละหมาด


จะเห็นธรรมเนียมหรือประเพณีปฏิบัติก็ไม่ทราบ แต่ละโต๊ะจะมีหญิงสาวเป็นผู้บริการในการตักอาหาร,กับข้าวทุกชนิดให้ โดยที่แขกจะนั่งเพียง 3 ด้านของโต๊ะอาหาร และจะคีบแต่ผักไม่เห็นมีใครคีบเนื้อหรือไก่เลย


ชุดที่ 2 จะเป็นชุดผู้หญิงจะมากินโต๊ะจีน เจ้าภาพจะมีการเคลียร์โต๊ะใหม่ พร้อมเสริฟอาหารชุดใหม่กับแขกชุดต่อไป เนื่องจากสถานที่ไม่อำนวย ตั้งโต๊ะได้เพียง 20 โต๊ะ ในงานนี้ต๋าโกกะว่าจะเลี้ยง 300 โต๊ะ ปาเข้าไป 300 โต๊ะกว่า
ขณะที่มีการเปลี่ยนชุดแขกจากชุดหนึ่งมาเป็นชุด 2 เจ้าบ่าวนำเจ้าสาวเข้าบ้านทางประตูใหญ่นำเข้าห้องหอ



พร้อมด้วยขบวนที่มาพร้อมบ่าวสาว


ต่างแยกย้ายกันนั่งโต๊ะที่เตรียมไว้


เจ้าสาวพร้อมญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงเข้ามารอที่ห้องหอ ขณะที่เจ้าบ่าวและบ้านเจ้าบ่าวออกมาต้อนรับขับสู้แขกที่ได้เชญมาตั้งแต่บ่ายจนกระทั่งประมาณ 5 โมงเย็น ขั้นตอนกินเลี้ยงนี้เป็นขั้นตอนก่อนทำพิธีนีกะห์(แต่งงาน)
มาดูบรรยากาศกันครับ กินเลี้ยง กินเลี้ยงและก็กินเลี้ยง ครับผม






นี่ขนาดนำภาพเพียงเล็กน้อยมาให้ชมนะครับ
ต่อไปมาดูกันดีกว่าเขาเลี้ยงอะไรกันบ้าง


อาหารที่ขาดไม่ได้ในทุกงานที่พบได้แก่......ไข่เค็ม
ครูเงาะพยายามสอบถามต๋าโกแล้วไม่ได้เรื่อง เพราะครูเงาะพูดภาษาจีนไม่ได้ ได้แบบงูงูปลาปลา ให้คุณฟางมาช่วยแปลให้ก็ไม่เห็นจะว่างเลยเวลามาเมืองจีน....รอไปก่อนนะครับผู้ชม...หรือท่านทราบ บอกผมด้วย


แขกคนไทยที่ไปจะไม่ยอมให้สาว ๆ มาประจำที่เลยครับท่าน..ของช่วยหน่อยนะสาว....ไปไกล ๆ หน่อย
ฉันจะกินของฉันเอง...อย่ามายุ่งกับฉัน
เมื่อละหมาดอีซาเสร็จ จะเริ่มพิธีนีกะห์(แต่งงาน)ที่บ้านหน้าห้องหอ ที่เมืองจีนเขาแต่งกันตอนกลางคืน นะจะบอกให้ มาดูกันให้เห็นกับตา


จะมีนักเรียนของโรงเรียนศาสนาต๋าแปะยีและญาติสนิทเท่านั้น


เริ่มด้วยการอ่านซูเราะห์(ภาษาจีนยูนานทับศัพท์ว่า “หนิงจีง”) จากนักเรียนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง เสียงในการอ่านสดใส ไพเราะ คงเป็นนักอ่านนักการีที่ได้รับคัดเลือกได้รับหนึ่งแล้ว แต่ว่าการอ่านไม่สามารถอ่านได้จบ เพราะนักอ่านตัวเล็กเกิดซาบซึ้งในซูเราะห์ที่อ่าน เกิดอาการร้องไห้จนไม่สามารถอ่านต่อได้

อิหม่ามจากสุเหร่าเมืองไคยิ่ง ซึ่งเป็นอาเขยของต๋าโก นับศักดิ์เป็นปู่ของเจ้าบ่าว ทำพิธีแต่งงานให้และกล่าวให้โอวาสคู่บ่าวสาว


เจ้าบ่าวกล่าวยอมรับเจ้าสาวเป็นภรรยา

เจ้าสาวกล่าวยอมรับเป็นภรรยาของเจ้าบ่าว

หลังจากนั้นอิหม่ามของสุเหร่าบ้านต๋าแปะยีกล่าวสรุป



ครูใหญ่สุเหร่าบ้านต๋าแปะยีอ่านอัลกุรอ่านเป็นอันเสร็จพิธีการแต่งงาน

อาหารว่างเสริฟพร้อมน้ำชา




หน้าที่หลักของเจ้าบ่าวจนกระทั่งเป็นสามีถูกต้องหลักการของศาสนา คือ การเสริฟน้ำชาให้แขก ไม่ทราบว่าเจ้าบ่าวบ้านอื่น ๆ ของเมืองนี้เขาจะมีหน้าที่แบบนี้กันหรือเปล่า
รุ่งเช้ามีการอ่านอัลกุรอ่านโดยอิหม่ามผู้ใหญ่และนักเรียนของสุเหร่าต๋าแปะยี และเลี้ยงข้าวให้กับผู้มาร่วมงาน

คุณฟาง ต๋าโก


จะเห็นว่าการกินของที่นี่เขาจะให้ความสำคัญกันมาก ๆ ถ้าผู้ชมมีโอกาสมาเป็นเกียรติที่เมืองจีน พยายามติดยาระบายประเภท อีโน หรือยาช่วยระบายมาด้วยนะครับแล้วจะหาว่าครูเงาะไม่เตือน



คู่สามีภรรยาใหม่สาวยกน้ำชาคารวะผู้ใหญ่ฝ่ายชาย เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ งานแต่งงานชาวจีนมุสลิมชนบท(บ้านนอกของเรานั่นแหละ)
สุดท้ายเป็นการจัดการของชาวไทย ให้ถ่ายรูปหมู่กันระหว่างคู่สามี-ภรรยาใหม่ กับครอบครัวและญาตสนิท

ของจบการายงานสาระคดีข่าวต่างประเทศ
ณ หมู่บ้านต๋าแปะยี อำเภอโอ่วซาง จังหวัดหยิซี มณฑลยูนาน ประเทศจีน
ครับผม ขอให้ผู้อ่านมีความสูขมาก ๆ ครับ
credit
http://www.oknation.net/blog/my/2008/10/16/entry-1
Posted by: naichumpon
in บล็อกส่วนตัว on 18,มี.ค. 2010
Tagged in: Untagged
แต่งงานพี่น้องปาทานที่กกโท้ง เชียงราย
- ขบวนแห่ งานแต่งงาน
มีโอกาสได้ไปร่วมงานแต่งงานของพี่น้องมุสลิม ปาทาน ที่ บ้านกกโท้ง เชียงราย ไม่ได้เป็นแขกรับเชิญหรอกรับ พอดีมีงานที่ต้องไปทำที่จังหวัดเชียงราย หัวหน้างานถูกรับเชิญ เราก็มีโอกาสได้เขาร่วม ในงานนิก๊ะ(แต่งงาน) ครั้งนี้ด้วย นับได้ว่าเป็นโชคดี ของเรา ที่ได้เห็น วัฒนธรรม ประเพณี การแต่งงานของพี่น้องมุสลิมที่นี่
Posted by: lek
in บล็อกส่วนตัว on 04,มี.ค. 2010
ครั้งแรกกับการใช้ส่วน communityใน noartclub เข้ามาด้วยความแปลกใจในทีแรกถึงระบบที่ดูเป็น social network อย่างสูง ตอนแรกก็แปลกใจว่าใช้ component อะไร แต่แล้วก็ได้เห็น banner ของ Jomsocial จึงถึงบางอ้อ